covenantbkk

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
คริสตจักรพันธสัญญา กรุงเทพฯ...ยินดีต้อนรับทุกท่าน

 

สนใจอ่านป้าย


          หนทางราบเรียบและเรากำลังเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ
ตามทางไปสู่บ้านพ่อของเจย์ในเซาธ์คาโรไลนา ตอนที่เราขับผ่านหุบเขา
ในรัฐเทนเนสซี
ฉันเริ่มสังเกตเห็นป้ายทางเบี่ยง แต่เจย์ก็ยังขับต่อไป ฉันเลยเดาเอาว่าป้ายเหล่านั้น คงไม่เกี่ยวกับเรา เมื่อเราไป
เกือบถึงเขตนอร์ธรัฐคาโรไลนา
  เราก็ไปเจอกับป้ายที่บอกว่าทางหลวงข้างหน้าถูกปิดเนื่องจากมีหินถล่ม      เราจึงต้องกลับรถ
เจย์แปลกใจมาก เขาอยากรู้ว่า
ทำไมไม่มีป้ายเตือนเลย?”   ฉันตอบว่า   มีเยอะแยะเลยนะ คุณไม่เห็นหรือ ?”    เขาตอบว่า
ไม่เห็นแล้วทำไมคุณถึงไม่บอกผมล่ะ?” ฉันเลยตอบว่า ก็ฉันคิดว่าคุณเห็นแล้ว ปัจจุบันเรื่องนี้ กลายเป็นเรื่องตลกที่เรามัก
เล่าให้เพื่อนๆ ฟัง

          ตลอดประวัติศาสตร์ พระเจ้าได้ประทาน ป้าย มากมายเพื่อบอกวิธีการใช้ชีวิต แต่มนุษย์ก็ยังทำตามทางของตัวเอง
เมื่อในที่สุด
พระองค์ทรงประทานพระบุตรของพระองค์เป็นหมายสำคัญ (ลก.11:30)
 
          พวกผู้นำศาสนากลับไม่ใส่ใจคำเตือนของพระองค์ พวกเขาคิดว่าชีวิตของพวกเขาดีอยู่แล้ว พวกเขาเป็นที่รู้จักและได้รับ
การเคารพนับถือ 
 พวกเขาเกลียดการถูกชี้ว่าพวกเขาผิด
 
          เราก็อาจเป็นเช่นนั้นได้ เมื่อชีวิตปกติดี เรามีแนวโน้มจะละเลยคำเตือนว่า เราต้องหันกลับและเปลี่ยนวิถีบาปของเรา
สิ่งสำคัญคือเราต้องจำไว้ว่าเราอาจทำผิดได้
แม้ชีวิตจะปกติดี

พระเจ้าเตือนเพื่อป้องกันเราพลาดพลั้ง เพื่อยับยั้งเรามิให้กระทำผิด หากเราเผลอทำไปไม่ทันคิด จงสารภาพด้วยจิตสำนึกตน

                                                        พระเจ้าส่งคำเตือนมาเพื่อปกป้องเรา ไม่ใช่เพื่อลงโทษ

 

ที่มา : มานาประจำวัน  12/04/2011

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2011 เวลา 14:07 น.
 

รอยแผลแห่งรัก....



                วันหนึ่งในฤดูร้อนเมื่อหลายปีก่อนที่ตอนใต้ของรัฐฟลอริดา เด็กผู้ชายตัวน้อยๆ คนหนึ่งตัดสินใจที่จะไปว่ายน้ำเล่นใน
ธารน้ำหลังบ้าน ด้วยความรีบร้อนที่อยากจะกระโดดลงเล่นน้ำเย็นๆ จึงวิ่งออกทางประตูหลังบ้านโดยถอดเสื้อและรองเท้า
ทิ้งไว้ตรงประตูนั่นเอง เขาพุ่งตัวลงน้ำทันทีโดยไม่รู้ตัวว่าในขณะที่กำลังว่ายออกไปกลางลำน้ำนั้น จระเข้ใหญ่ตัวหนึ่งก็กำลัง
ว่ายตรงมา

                คุณแม่ที่อยู่ในบ้านกำลังมองผ่านหน้าต่างออกไปข้างนอกและเห็นการเผชิญหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ด้วยความกลัว
สุดขีด เธอจึงวิ่งออกไปจนถึงริมน้ำพลางร้องตะโกนบอกลูกชายด้วยเสียงอันดังเท่าที่เธอสามารถทำได้ เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของคุณแม่
เด็กชายตัวน้อยก็ตกใจและหันหลังกลับว่ายไปหาคุณแม่ทันที ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว ทันทีที่มาถึงตัวคุณแม่ จระเข้ก็มาถึงตัวพอดี      
เธอคว้าแขนลูกชายไว้  ในขณะที่จระเข้งับเข้าที่ขา ตรงนั้นเองที่เกิดการชักกะเย่ออย่างรุนแรงระหว่างผู้เป็นแม่กับจระเข้ตัวนั้น แต่จระเข้
ย่อมมีแรงมากกว่า ส่วนผู้เป็นแม่ก็รักลูกเกินกว่าที่จะปล่อยมือ ชาวนาคนหนึ่งบังเอิญผ่านมาและได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอจึงรีบวิ่งลง
จากรถไถและยกปืนเล็งไปที่จระเข้และยิงทันที


                เด็กน้อยคนนั้นฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในขณะที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานหลายสัปดาห์ และเขาก็รอดตาย ขาทั้งสองข้าง
ของเขามีแผลเป็นใหญ่และลึกมาก และที่แขนทั้งสองข้างก็มีรอยข่วนลึกจากการโดนจิกจากเล็บของคุณแม่ที่พยายามยื้อลูกชายที่เธอรัก
สุดชีวิตไว้เต็มกำลัง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ที่ไปสัมภาษณ์เด็กชายคนนั้นก็ขอดูรอยแผลของเขา เด็กชายคนนั้นก็ดึงขากางเกงขึ้น และเขา
ก็พูดกับผู้สื่อข่าวอย่างภาคภูมิใจอย่างยิ่งว่า
                   “แต่ดูที่แขนของผมสิฮะ ผมมีแผลเป็นขนาดใหญ่ที่แขนด้วยนะฮะ แผลนี่น่ะเกิดขึ้นเพราะคุณแม่ของผมจับผมไว้ไม่ยอมปล่อย

               
ท่านและข้าพเจ้าก็มีแผลเป็นเหมือนอย่างที่เด็กชายตัวน้อยมีบนแขนทั้งสองข้างเช่นกัน แต่มิใช่รอยแผลจากจระเข้หรือการถูก
จู่โจมอย่างอื่น ทว่า...เป็นแผลเป็นแห่งอดีตที่แสนเจ็บปวด          บางแห่งเกิดขึ้นจากการไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนที่จะลงมือทำบางสิ่ง
บางอย่าง และผลของมันก็ทำให้เราเสียใจและเจ็บปวดอยู่ในทุกวันนี้
แต่พี่น้องที่รักในพระคริสต์    บาดแผลบางแห่งเกิดขึ้นเพราะ
พระเจ้าทรงรักเราเกินกว่าที่จะยอมปล่อย  พระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงรั้งเราไว้มิให้ถลำลึกลงไปสู่ห้วงแห่งบาป ในระหว่างที่
กำลังปล้ำสู้อยู่นั้น พระองค์ทรงจับแขนของเราไว้แน่น
 
พระคัมภีร์สอนว่าพระเจ้าทรงรักเราทั้งหลาย หากท่านมีพระคริสต์ในชีวิต
ของท่าน ท่านก็กลายเป็นบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงต้องการที่จะปกป้องรักษาท่านและทรงจัดเตรียมสิ่งที่เป็นความจำเป็นของท่าน
ในทุกเรื่อง แต่บางครั้งเราก็เดินพลัดหลงเข้าไปสู่เส้นทางชีวิตที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งด้วยความโง่เขลาเบาปัญญา   หลุมพรางชีวิตนั้น
เต็มไปด้วยภยันตรายใหญ่หลวง      และเราก็ลืมไปว่าศัตรูตัวร้ายกำลังคอยท่าอยู่ที่จะจู่โจมเราทุกขณะ         ตรงนั้นเองที่สงครามฝ่าย
จิตวิญญาณเริ่มต้นขึ้น และหากคุณมีแผลเป็นแห่งรักบนแขนของคุณ จงขอบพระคุณเถิด พระองค์ทรงไม่    และจะทรงไม่ปล่อยคุณให้
ตกลงไปในหลุมที่ศัตรู (ซาตาน) ขุดล่อไว้อย่างเด็ดขาด


               
ท่านลองสำรวจตัวเองดูสิว่าท่านมีแผลเป็นแห่งรักบ้างไหม ถ้าท่านสัตย์ซื่อกับตัวเอง ท่านจะเห็นว่ามีแผลเป็นปรากฏอยู่
อย่างแน่นอน แผลเป็นเหล่านั้นไม่หายแต่จะจางลงตามกาลเวลา มันจะเป็นเครื่องเตือนใจเราว่าในอดีตนั้นเราก้าวพลาดไปตรงไหนบ้าง
แต่ด้วยพระคุณความรักขององค์พระผู้เป็นเจ้า เราได้รับการช่วยกู้และได้รับการฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิม       
 เรากำลังดำเนินไปกับ
พระองค์ ดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์ และดำเนินในน้ำพระทัยของพระองค์ ขอให้เหลือบมองแผลเป็นเหล่านั้นสักแวบหนึ่งและ
รับรู้ว่าแผลเหล่านั้นเกิดขึ้นจากความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้า ข่าวประเสริฐเรื่องการไถ่บาปบนกางเขนของพระคริสต์เป็นข่าวประเสริฐ
ที่ประกาศเรื่องความหวัง แต่มันก็เป็นข่าวประเสริฐที่ประกาศเรื่องรอยแผลแห่งรักด้วยเช่นกัน   รอยแผลที่เป็นพยานหลักฐานแห่งการ
พลีพระชนม์บนกางเขนของพระเยซูเพื่อไถ่บาปคนทั้งโลก เมื่อคริสเตียนมองดูรอยแผลที่ปรากฏบนมือ เท้า สีข้าง และหน้าผากของพระองค์
เราต้องมองเห็นสิ่งที่อยู่ลึกกว่าภาพที่ปรากฏต่อหน้า ในรอยแผลเหล่านั้นคือความรักขององค์พระผู้เป็นเจ้า


               
ทุกครั้งที่เราเห็นแผลเป็นที่แขนของเราให้มองเห็นความรักขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย ความรักของพระองค์ยิ่งใหญ่เกินกว่า
ที่จะเข้าใจได้ด้วยความรู้ของมนุษย์ ความรักนั้นไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝง เป็นความรักที่บริสุทธิ์และเป็นพระคุณล้ำเลิศ
    ทุกครั้งที่ต้องเผชิญ
กับการทดลองที่น่าลิ้มลองและแทบจะอดใจไว้ไม่อยู่   ขอให้ทูลขอการเสริมกำลังจากองค์พระผู้เป็นเจ้าและผ่านพ้นการทดลอง
นั้นไปให้ได้ อย่าให้แขนของเราเต็มไปด้วยแผลจนไม่น่าดู
แต่จงใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้ติดสนิทกับพระองค์ เชื่อฟังพระองค์ และยอมรับ
และทำตามน้ำพระทัยของพระองค์                    ข้าพเจ้าหวังว่าในเวลาที่เราทั้งหลายกลับบ้านถาวรของเราเพื่อไปเฝ้าพระบิดานั้น
แขนทั้งสองข้างของเราจะมีแผลเป็นเหลืออยู่น้อยที่สุด


ที่มา : http://koohasanehblog.blogspot.com/2008/10/blog-post_6405.html  

 

ธรรมชาติของความว่างเปล่า

                               อริสโตเติล นักปรัชญาโบราณกล่าวไว้ว่า ธรรมชาติชิงชังความว่างเปล่าเขาสรุปจากการสังเกตว่า ธรรมชาติต้องการให้
                พื้นที่ทุกอณูถูกเติมเต็มด้วยบางสิ่งบางอย่าง แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอากาศที่ไร้สีสัน และกลิ่นก็ตาม

ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราก็เช่นกัน เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เริ่มกล่าวโทษเราถึงความบาป       ความคิดเรื่องการปรับปรุง
ตนเองก็เข้ามาในความคิดของเราทันที เราพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อต่อสู้กับนิสัยแย่ๆ  แต่ยิ่งเราพยายามกำจัดความคิด    ทัศนคติ
และความปรารถนาที่ไม่บริสุทธิ์มากเท่าไร ก็ต้องพบกับความล้มเหลวมากเท่านั้น  เพราะการกำจัดสิ่งใดออกไป     จะเกิดพื้นที่ว่าง
ในจิตวิญญาณขึ้น     เมื่อใดก็ตามที่เรากำจัดความชั่วร้ายอย่างหนึ่งออกไป ความชั่วร้ายแบบใหม่ก็จะรีบเข้ามาแทนที่      จนในที่สุด
เรากลับแย่หรือเลวร้ายลงยิ่งกว่าตอนที่เราเริ่มต้น

เรื่องนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เปาโลกล่าวแก่ชาวเอเฟซัสเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อท่านอธิษฐานทูลขอให้พระคริสต์สถิตในใจ
ของพวกเขาทางความเชื่อ เพื่อพวกเขาจะได้

               “
ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์เพื่อ [พวกเขา] จะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม(เอเฟซัส 3:19)

การแก้ปัญหาความบาปในชีวิตอย่างยั่งยืนมีเพียงทางเดียว คือให้ความรักของพระเยซูแทนที่ความว่างเปล่า  ยิ่งเราเต็ม
ด้วยความรักของพระองค์มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีที่ว่างสำหรับสิ่งชั่วร้ายน้อยลงเท่านั้น

                      ขอขอบพระคุณ พระทรงการุณ ให้พระวิญญาณ
                      เติมเราให้เต็ม ด้วยรักแสนหวาน พลังประทาน จากพระองค์มา
                      ขอเปลี่ยนแปลงให้ เราได้เข้าใกล้ อย่างพระฉายา
                      เป็นเหมือนพระองค์ ทุกวันเวลา ชีวิตมีค่า ทุกวินาที

                            เราไม่จำเป็นต้องจัดบ้านก่อนพระเยซูเสด็จมา พระองค์จะทรงจัดการให้ หลังจากเราให้พระองค์เข้ามา

ที่มา
: มานาประจำวัน  21/01/2011

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 26 มกราคม 2011 เวลา 17:34 น.
 

อยากให้มีคนมารักและเป็นห่วง...


                   หญิงสาวคนหนึ่งเขียนลงในเว็บไซต์ส่วนตัวว่า
ฉันอยากถูกรัก และใครคนนั้นก็ต้องเป็นคนที่วิเศษมาก!

เราทุกคนก็ต้องการอย่างเดียวกันมิใช่หรือ อยากให้มีคนมารักและเป็นห่วง ? และยิ่งดีมากขึ้นไปอีกถ้าคนคนนั้นเป็นคนที่วิเศษ!      
   

               
คนที่มีคุณสมบัตินี้มากที่สุดก็คือพระเยซูคริสต์ พระองค์สำแดงความรักที่ไร้เงื่อนไขด้วยการจากพระบิดาในสวรรค์

มายังโลกเป็นทารกน้อยในวันคริสตมาส
  (ลก.2)  จากนั้น ดำเนินชีวิตที่ปราศจากตำหนิ และได้ทรงสละพระชนม์เป็นเครื่องบูชา

แด่พระเจ้าบนกางเขนแทนเรา
(ยน.19:17-30) เพราะเราจำเป็นต้องได้รับการช่วยให้รอดจากความบาปและผลของบาป ซึ่งก็คือความตาย

ขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา(รม.5:8) อีกสามวันต่อมา พระบิดาทรงให้พระเยซูฟื้น

คืนพระชนม์อีกครั้ง
(มธ.28:1-8 เมื่อเรากลับใจใหม่และรับความรักวิเศษอันเป็นของขวัญจากพระเยซู พระองค์ก็จะเป็นพระผู้ช่วยให้รอด

ของเรา
(ยน.1:12 ; รม.5:9 ) เป็นพระเจ้า (ยน.13:14 ) เป็นอาจารย์ (มธ.23:8 ) และเป็นสหายของเรา (ยน.15:14 )


              จงดูเถิด พระบิดาทรงโปรดประทานความรักแก่เราทั้งหลายเพียงไร ที่เราจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า
                                                                                                                                                  
(
1 ยน.3:1)


             
คุณกำลังมองหาใครสักคนที่รักคุณหรือ ?  พระเยซูทรงรักเรามากกว่าที่ใครจะรักได้ และพระองค์วิเศษจริงๆ!



   ที่มา : มานาประจำวัน  10/01/2011

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 10 มกราคม 2011 เวลา 17:28 น.
 


หน้า 1 จาก 14

ข้อพระคัมภีร์ประจำวัน

พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ
ลูกา 1:35

ภาพยนตร์แนะนำ

ป้ายโฆษณา
   เรื่องราวของ เจ ออสติน นักธุรกิจขายรถมือสอง ผู้ที่เอาเปรียบลูกค้าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน แต่หลังจากได้หลอกขายรถให้ผู้รับใช้ของพระเจ้า....

หนังสือแนะนำ

ป้ายโฆษณา
คริสตจักรที่เคลื่อนไปด้วยวัตถุประสงค์
: โดย ดร. ริค วอร์เรน ศิษยาภิบาล
คริสตจักรแซดเดิลแบค แคลิฟอร์เนีย

บุคคลออนไลน์

เรามี 11 บุคคลทั่วไป ออนไลน์